พญาเจืองธรรมิกราช (ปู่ทวดของพญางำเมือง)

พญาเจืองธรรมิกราช(ปู่ทวดของพญางำเมือง) กษัตริย์นักรบผู้นักรบมหาราชแห่งแคว้นพะเยา
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
#พญาเจืองธรรมิกราช หรือ ขุนเจือง พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ ลำดับที่ 2 เป็นพระมหากษัตริย์
ที่ทรงแสนยานุภาพทางด้านทหารมากที่สุด สามารถรวบรวมและเป็นใหญ่ ในประเทศ 6 ประเทศ ในลุ่มน้ำโขง

พญาเจือง(ขุนเจือง) ประสูติเมื่อปีพุทธศักราช 1641 เป็นโอรสองที่ 1 ของขุนจอมธรรม
เมื่อพญาเจืองเจริญวัยขึ้น ทรงศึกษาวิชายุทธศาสตร์ เช่น วิชาดาบ มวยปล้ำ เพลงชัย จับช้าง จับม้า
และเพลงอาวุธต่างๆ พระชนมายุได้ 16 ปี พาบริวารไปคล้องช้างที่เมืองน่านเจ้าผู้ครองเมืองน่าน
เห็นความสามารถแล้วพอพระทัย ยกธิดาชื่อ “จันทร์เทวี” ให้เป็นชายาพญาเจือง

พระชนมายุได้ 17 ปี พาบริวารไปคล้องช้างที่เมืองแพร่ เจ้าผู้ครองเมืองแพร่พอพระทัย จึงยกธิดาชื่อ “นางแก้วกษัตริย์”
ให้เป็นชายา พระราชทานช้าง 200 เชือก
ภายหลังขุนจอมธรรมสิ้นพระชนม์พญาเจืองได้ครองราชย์สืบแทนเมื่อพระชนมายุ 24 ปี ครองเมืองได้ 6 ปี
มีข้าศึกแกว (ญวน) ยกทัพมาประชิดนครเงินยางเชียงแสน ขุนชินผู้เป็นลุง ได้ส่งสาส์นขอให้ส่งไพร่พลไปช่วย
พญาเจืองได้รวบรวบรี้พลยกไปชุมนุมกันที่สนามดอนไชยหนองหลวง
และเคลื่อนทัพเข้าตีข้าศึกแตกกระจัดกระจายไห เมื่อขุนชินทราบเรื่องก็เลื่อมใสโสมนัสยิ่งนัก
ทรงยกธิดาชื่อ “พระนางอั๊วคำคอน” ให้และสละราชสมบัตินครเงินยางเชียงแสนให้พญาเจืองครองแทน
เมื่อพญาเจืองได้ครองราชเมืองเงินยางแล้ว ทรงพระนามว่า “พญาเจืองธรรมมิกราช” ได้มอบสมบัติให้โอรสชื่อ“ลาวเงินเรือง”
ครองเมืองพะเยาแทน หัวเมืองใหญ่น้อยเหนือใต้ยอมอ่อนน้อม
ได้ราชธิดาแกวมาเป็นชายานามว่า “นางอู่แก้ว” มีโอรส 3 พระองค์คือ ท้าวผาเรืองยี่คำห้าว ท้าวสามชุมแสง
ต่อมายกราชสมบัติเมืองแกวให้ท้าวผาเรือง ให้ท้าวคำห้าวไปครองเมืองล้านช้าง
ท้าวสามชุมแสงไปครองเมืองน่าน ต่อมาได้โยธาทัพเข้าตีเมืองต่างๆ ที่ยังไม่ยอมสวามิภักดิ์
ทรงชนช้างกับศัตรูเสียทีข้าศึกเพราะชราภาพ จึงถูกฟันคอขาดและสิ้นพระชนม์บนหลังช้าง
พวกทหารจึงนำพระเศียรไปบรรจุไว้ที่พระเจดีย์เมืองหิรัญนครเชียงแสน
พญาเจืองธรรมิกราช ได้ครองราชย์สมบัติครองแค้วนล้านนาไทยได้ 24 ปี ครองเมืองแกวได้ 17 ปี รวมพระชนมายุได้ 67 ปี

2896

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *