สาธารณสุขพะเยา เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ย้ำ ช่วยลดอาการป่วยหนักและเสียชีวิต โดยเฉพาะกลุ่ม 608 เด็กเล็ก
สาธารณสุขพะเยา เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ย้ำ ช่วยลดอาการป่วยหนักและเสียชีวิต โดยเฉพาะกลุ่ม 608 เด็กเล็ก พร้อมขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในจังหวัดพะเยา
นายแพทย์เอกชัย คำลือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทย ยังมีทิศทางจำนวนผู้ป่วยลดลง ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ เป็นกลุ่ม 608 ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือยังไม่ได้เข็มกระตุ้น สถานการณ์จังหวัดพะเยาก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในสัปดาห์ที่ 43 (วันที่ 23-29 ต.ค.65) มีรายงานผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 2 คน ในพื้นที่อำเภอปงและอำเภอภูซาง อำเภอละ 1 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ซึ่งข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของจังหวัดพะเยา พบว่า ประชาชนชาวพะเยาได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นครอบคลุมเพียง ร้อยละ 37.74 และข้อมูลทางวิชาการของคณะทำงานศูนย์ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลวัคซีน กรมควบคุมโรคได้ติดตามประเมินประสิทธิผลวัคซีนโควิด-19 จากการใช้จริงในประเทศไทย พบว่า การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจะเพิ่มประสิทธิผลในการป้องกันการป่วยรุนแรง คือ อาการปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจ จาก 60% ในผู้ที่ได้รับครบ 2 เข็ม เป็น 83% และ 100% ในผู้ที่ได้รับครบ 3 เข็มและ 4 เข็มตามลำดับป้องกันการเสียชีวิตจาก 72%ในผู้ที่ได้รับครบ 2 เข็ม เป็น 93% และ 100% ในผู้ทีได้รับครบ 3 เข็มและ 4 เข็ม ตามลำดับ
จากคำแนะนำของอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีนโยบายให้ประชาชนทุกคนรับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เพราะเมื่อฉีดวัคซีนไปสักระยะหนึ่ง ภูมิคุ้มกันจะลดลงตามธรรมชาติ การฉีดเข็มกระตุ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยลดการป่วยอาการหนักและเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนมาฉีดเข็มกระตุ้นหากฉีดเข็มล่าสุดมากกว่า 3-4 เดือนขึ้นไป
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรการเร่งรัดการฉีดวัคซีน โดยขยายไปยังทุกกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในประเทศไทย รวมถึงกลุ่มแรงงานต่างด้าว โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงาน ภาคีเครือข่ายต่างๆไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทยจะค้นหาเชิงรุกกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและกระทรวงศึกษาธิการเร่งรัดฉีดเด็กนักเรียนในโรงเรียน กระทรวงแรงงานเร่งรัดในกลุ่มวัยแรงงาน เป็นต้น และในเดือนนี้จะมีการขยายกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กเล็กอายุ 6 เดือนถึงต่ำกว่า 5 ปี จะมีการจัดฉีดวัคซีนเชิงรุกในศูนย์เด็กเล็กหรือสถานสงเคราะห์เด็กที่มีโอกาสติดเชื้อและแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน นอกจากนี้ ให้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน โดยเน้นกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดอัตราการเสียชีวิตให้น้อยลง ทั้งนี้ ประเทศไทยมีวัคซีนเพียงพอสำหรับคนทุกคน จึงขอความร่วมมือสถานพยาบาลทุกแห่ง จัดกิจกรรมรณรงค์การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเพิ่มช่องทางบริการ Walk in หรือมีหน่วยฉีดเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการฉีดวัคซีนได้ง่ายและพร้อมกันซึ่งจะส่งผลเพิ่มความครอบคลุมวัคซีนได้เร็วยิ่งขึ้น
60 

