เยี่ยมบ้านเพื่อสอบข้อเท็จจริง ณ บ้านของนายนที แสนยศ อายุ 53 ปี คนพิการทางการเคลื่อนไหว

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน 2566
นายวรพงษ์ บุญเคลือบ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา มอบหมายให้
นางวิทลัย ฟูแสง ตำแหน่ง นักสังคมสงเคราะห์
และนายธนณัฎฐ์ วงศ์จุมปู ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ร่วมกับหน่วยงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพะเยา หน่วยงานเทศบาลดงเจน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อสอบข้อเท็จจริง ณ บ้านของนายนที แสนยศ (3560500117527) อายุ 53 ปี คนพิการทางการเคลื่อนไหว อยู่บ้านเลขที่ 275 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่อิง อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ขอรับความช่วยเหลือ เนื่องจากมีความพิการ ป่วยเป็นโรคสมองพิการตั้งแต่กำเนิด โรคเบาหวาน ประกอบอาชีพเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว รายได้ไม่แน่นอน มีภาระส่งบุตรเรียนหนังสือ และมีหนี้สิน มีความต้องการอยากได้อาชีพที่มั่นคง มีรายได้ประจำ หรืออยากให้สนับสนุนเงินทุนประกอบอาชีพ เพื่อให้มีรายได้ที่มั่นคง สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ และลดปัญหาค่าใช้จ่าย
ปรากฎข้อเท็จจริงดังนี้
ครอบครัวอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน ประกอบด้วย
1.ผู้ประสบปัญหาฯ อายุ 53 ปี มีความพิการทางการเคลื่อนไหวฯ (ป่วยเป็นโรคสมองพิการตั้งแต่กำเนิด ,โรคเบาหวาน) ประกอบอาชีพเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว (เรียนจบปริญญาตรี สาขาบัญชี) รายได้ประมาณ 300 – 400 บาทต่อวัน มีสวัสดิการจากเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน ใช้สิทธิประกันสังคม มาตรา 39
2.ภรรยา อายุ 40 ปี ประกอบอาชีพเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว (เรียนจบปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ) รายได้ประมาณ 300 – 400 บาทต่อวัน
3.บุตรคนที่ 1 อายุ 22 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยพะเยา ชั้นปีที่ 4 (กู้ กองทุน กยศ.)
4.บุตรคนที่ 2 อายุ 11 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลภูกามยาว
ครอบครัวมีหนี้สิน

  • ธกส. 1,800,000 บาท (กู้ซื้อบ้าน ผ่อนชำระเดือนละ 12,000 บาท)
  • ธนาคารออมสิน 70,000 บาท
  • ธนาคารประชาชน (บสย.) 200,000 บาท (ผ่อน 1,000 บาทต่อเดือน)
  • SME 300,000 บาท
  • กองทุนคนพิการ (ค้างชำระ 7 งวด)
  • ผ่อนรถยนต์ (เก๋ง) 3,700 บาทต่อเดือน
    รวมหนี้สินประมาณ 2,500,000 กว่าบาท
    แนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้น
    1.สำนักงานพัฒนาสังคมฯ ได้แนะนำภารกิจของหน่วยงาน และช่องทางการช่วยเหลือ ด้านการสร้างอาชีพ การมีงานทำ
  • วางแผนให้ความช่วยเหลือด้านเงินสงเคราะห์ฯ และได้ประเมินครอบครัวพบว่า ผู้พิการเป็นหลักในการดูแลครอบครัวแต่ระหว่างนี้ไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรวัน 11 ปีได้เนื่องจากขาดสภาพคล่องทางด้านการเงิน จึงได้วางแผนส่งต่อข้อมูลให้ความช่วยเหลือ กรณีกองทุนคุ้มครองเด็กต่อไป
  • แนะนำช่องทางการมีงานทำโดยให้คนพิการและภรรยา ไปขึ้นทะเบียนที่สำนักงานจัดหางาน แต่พบว่าทั้งคู่มีความต้องการมีงานทำแต่ไม่ประสงค์ขึ้นทะเบียนจัดหางานโดยให้เหตุผลว่า ด้วยวัยที่ไม่เหมาะสม
  • ด้านอาชีพพบว่าคนพิการมีอาชีพเสริมคือ/เลี้ยงแพะ แนะนำให้เข้ากลุ่มคนเลี้ยงแพะเพื่อจะได้มีแหล่งจำหน่าย หากแพะอยู่วัยเจริญเติบโต แต่คนพิการปฎิเสธ โดยไม่ขอบอกเหตุผลในการเข้าร่วมกลุ่ม
    2.เทศบาลดงเจน
  • ดำเนินการประสานกับธนาคาร ธกส สาขาภูกามยาว เพื่อหาแหล่ง /สถานที่ สำหรับ ให้คนพิการขายก๋วยเตี๋ยว
    -แนะนำให้สมัครงานเป็นพนักงานจ้างเหมาของเทศบาล แต่ไม่สามารถมาประกอบอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวในเวลางานได้ คนพิการ/ภรรยา ปฎิเสธที่จะสมัครเนื่องจากอยากประกอบอาชีพค้าขายมากกว่า
  1. ศูนย์ดำรงธรรม
  • ดำเนินการ รับประสานกับหน่วยงานพัฒนาชุมชน เพื่อหาแหล่งขายของ( กาดต้นสัก ) จากการประเมินเบื้องต้นคนพิการมีความสนใจแต่พอหน่วยงานฯจะประสานให้ ปฎิเสธเนื่องจากไม่มีความพร้อม ด้านระยาทางไกลเกินไป
  • ประสานเทศบาลเมืองพะเยา หาแหล่งขายของถนนคนเดิน เพื่อเป็นแหล่งขายของแก่คนพิการ
    ทั้งนี้ จากการประเมินความต้องการ คนพิการมีความประสงค์อยากได้หน่วยงานภาครัฐชำระหนี้ ปิดหนี้ให้และหาแหล่งทุนพร้อมสถานที่สำหรับค้าขายเพื่อการประสอบอาชีพ จึงได้ทำความเข้าใจในความเป็นไปได้ตามภารกิจต่างๆของแต่ละหน่วยงาน และชวนคิดเป้าหมาย เริ่มจากการขายก๋วยเตี๋ยวที่มีแหล่งขาย/ สถานที่ขาย พร้อมทั้งให้กำลังใจแต่ครอบครัวยังปฎิเสธช่องเหตุผล มีข้อจำกัดด้านระยะทาง จึงได้วางแผนประชุมทีมฯอีกครั้งเพื่อให้การช่วยเหลือ โดยศูนยฯจะทำการนัดหมายอีกครั้ง
106

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *