เกษตรกรผู้ปลูกลำไยได้รับผลกระทบหนัก หลังผลผลิตปีนี้ออกน้อย
เกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่จังหวัดพะเยาได้รับผลกระทบหนัก หลังผลผลิตปีนี้ออกน้อย
นายนฤมิต สมัคร เกษตรจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอจุน ลงพื้นที่ให้คำแนะนำกับเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ตำบลหงส์หิน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ในเรื่องการดูแลผลผลิตลำไย เพื่อให้มีการพัฒนาคุณภาพเป็นลำไยคุณภาพสดช่อ หลังสถานการณ์ลำไยในพื้นที่จังหวัดพะเยาในหลายพื้นที่ปีนี้ประสบกับปัญหาภัยแล้งและอากาศที่ร้อน ส่งผลให้ผลผลิตออกน้อยมาก และบางสวนไม่ติดผลผลิต จึงส่งผลกระทบต่อชาวสวนลำไยเป็นอย่างมาก ในส่วนของพื้นที่ตำบลหงส์หิน ซึ่งมีการรวมตัวเป็นเกษตรแปลงใหญ่ ที่ได้มีการส่งเสริมให้กับเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในการพัฒนาให้ผลผลิตมีคุณภาพ โดยได้นำนักวิชาการเข้าให้คำแนะนำ ตลอดจนถึงการส่งเสริมดูแลรักษาผลผลิต
นายสมยศ ไทยใหม่ เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลหงส์หิน กล่าวว่า ตนเองได้ทำการปลูกลำไยในพื้นที่ประมาณ 5 ไร่เศษ จำนวน 170 ต้น ซึ่งผลผลิตในปีที่ผ่านมานั้นสามารถเก็บจำหน่ายได้ประมาณ 170,000 บาท ส่วนปีนี้ได้มีการผลิตลำไยคุณภาพ เนื่องจากตนได้เข้ารับการอบรมจากการทำเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งมีทั้งเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ นักวิชาการ เข้ามาทำการส่งเสริมจนทำให้ผลผลิตของสวนตัวเองนั้นดีขึ้น ขณะที่แนวโน้มของราคานั้นจะขยับสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีจะมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อในราคากิโลกรัมละ 30 บาท
ด้าน นายสมศักดิ์ วงศ์ชื่น ประธานกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ หมู่ที่ 6 ตำบลหงส์หิน อำเภอจุน กล่าวว่า ในส่วนสถานการณ์ลำไยในพื้นที่ของตำบลหงส์หิน ถือว่าผลผลิตลำไยยังพอจะมีจำหน่ายให้กับผู้บริโภค เนื่องจากก่อนหน้านี้สภาพอากาศในพื้นที่เกิดความแห้งแล้ง พอช่วงหลังได้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ ทำให้ลำไยโดยเฉพาะในส่วนของบ้านพวงพยอม ตำบลหงส์หินแห่งนี้ ยังคงพอมีผลผลิตที่สามารถจำหน่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่สนใจที่จะนำลำไยคุณภาพสดช่อไปจำหน่ายได้ ซึ่งในพื้นที่ได้มีโอกาสรับการอบรมจากเกษตรอำเภอจุน ในการพัฒนาคุณภาพของกลุ่มแปลงใหญ่ทั้งหมด ถึงแม้สถานการณ์ลำไยมีผลผลิตลดน้อยลงกว่า 20% ในส่วนของราคาปีนี้ค่อนข้างที่จะดีกว่าปีที่ผ่านมา
ขณะที่ นายนฤมิต สมัคร เกษตรจังหวัดพะเยา กล่าวว่า แม้ในพื้นที่จังหวัดพะเยา จะไม่ได้เป็นเมืองของการผลิตลำไย ดังนั้นจึงได้มีการมุ่งเน้นให้เกษตรกรผลิตลำไยคุณภาพในลักษณะลำไยสดช่อ ซึ่งเกษตรกรได้รับการอบรมโดยการรวมกลุ่มกันเป็นเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งปีนี้จากการประมาณการน่าจะมีผลผลิตหรือรายได้เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ถึง 200,000 บาท ซึ่งขณะนี้ได้มีพ่อค้ามาประเมินราคาให้แล้ว โดยชาวสวนมีความรู้ในเรื่องของการดูแลรักษา ที่ทางสำนักงานเกษตรได้มีการส่งเสริมในการดูแลรักษาเป็นลักษณะของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก เข้ามาช่วยปรับปรุงบำรุงดิน นอกจากนั้นยังส่งเสริมให้มีการทำนอกฤดู เนื่องจากจะมีราคาที่ดีในช่วงของต้นฤดูกาล
https://radiophayao.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/195811
44 





