ประชุมและหาแนวทางการช่วยเหลือ กรณีมีเด็ก 2 คน ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านต๊ำถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพังไม่มีผู้ดูแล
วันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2566 เวลา 13.30 น.
นายวรพงษ์ บุญเคลือบ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา มอบหมายให้นางสาวทรงพิลาส วงศ์ใหญ่ ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ ลงพื้นที่เพื่อร่วมประชุมทีมสหวิชาชีพตำบลบ้านต๊ำ ณ เทศบาลตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โดย มีนายกเทศมนตรีตำบลบ้านต๊ำ ผอ.รพสต.บ้านต๊ำ นักสังคมสงเคราะห์บ้านพักเด็กและครอบครัว และโรงพยาบาลพะเยา เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยา เขต 1 ผู้แทนโรงเรียนบ้านร่องห้า ผู้ใหญ่บ้าน อพม. อสม. ผู้แทนชุมชนหมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 4 และเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง กรณีมีการส่งต่อข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ (เฟชบุค) ว่ามีเด็ก 2 คน ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านต๊ำ ถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพังไม่มีผู้ดูแล และได้ขอรับบริจาคเงิน ของใช้สำหรับเด็กทั้งสองคน เบื้องต้นได้มีการสอบถามข้อมูลจากชุมชนและผู้นำพบว่า มารดาของเด็กได้ทิ้งเด็กอายุ 11 เดือน และน้องชายอายุ 13 ปี จริง แต่ทิ้งช่วงวันหยุดยาวประมาณ 4 วัน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อนบ้านและคนในชุมชนก็ได้ช่วยดูแลเด็กทั้งสอง และปัจจุบันมารดาเด็ก ได้กลับมาดูแลเด็กทั้งสองแล้ว แต่ผู้ที่นำเรื่องดังกล่าวไปโพสต์ ไม่รู้ข้อมูลว่าครอบครัวดังกล่าว อยู่ในความดูแลของชุมชน และได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องแล้ว ปัจจุบันก็ได้ลบโพสต์ดังกล่าวแล้ว แต่ในทีมสหวิชาชีพฯ ได้มีการประชุมและหาแนวทางการช่วยเหลือ กรณีดังกล่าว ดังนี้
1.เด็กชายชนะโชติ ทองติ๊บ อายุ 13 ปี (น้องชาย) นายกเทศมนตรีตำบลบ้านต๊ำ ผู้ใหญ่บ้าน ครู นักจิตวิทยา สพป.เขต 1 (บุคคลที่เด็กไว้ใจ) นัดพูดคุยกับเด็กเนื่องจากเด็กต้องการที่จะกลับไปเรียนหนังสือที่ รร.บ้านร่องห้า และพักอาศัยและอยู่ในความดูแลของเจ้าอาวาสวัดร่องห้า (เดิมเด็กเคยอยู่ที่วัดแต่พี่สาวมาหลอกให้เด็กมาช่วยเลี้ยงลูก)
2. พฤติกรรมของพี่สาว คือ นางสาวพรนิภา วีระคุณ (มารดาเด็ก 11 เดือน ) ที่มีพฤติกรรมปล่อยปละละเลย ทอดทิ้งเด็ก เลี้ยงดูเด็กไม่เหมาะสม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านต๊ำ ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กฯและทีมสหวิชาชีพตำบลบ้านต๊ำ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้เรียกนางสาวพรนิภาฯ มาพูดคุยทำความเข้าใจเรื่องการดูแลเด็กให้เหมาะสม พร้อมให้ทำบันทึกข้อตกลงในการเลี้ยงดูเด็กให้เหมาะสมพร้อมจัดทำมาตรการกำกับการดูแลเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
3. ส่วนของผู้ที่นำเรื่องดังกล่าวไปโพสต์เฟชบุ๊ค (ชื่อเล่นว่านิ๊ง) ปัจจุบันทำงานอยู่พม่า ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการนำเสนอภาพเด็กทั้งสองคนอย่างชัดเจน แม้ว่าจะไม่ได้มีการแสวงหาประโยชน์ แต่เพราะเจตนาที่ จะช่วยเหลือเด็กก็ตาม ซึ่งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านต๊ำจะได้แจ้งประสานไปยังเพื่อนของผู้โพสต์ จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นคนในชุมชนและเป็นผู้ให้ข้อมูล โดยจะมีการนัดมาพูดคุย ตักเตือน และทำความเข้าใจถึงผลกระทบในการนำข้อมูลเด็กไปเผยแพร่ทางสื่อมวลชน ตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ห้ามเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กหรือผู้ปกครอง และจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลที่หน่วยงานได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวนี้ให้ผู้โพสต์รับทราบ ต่อไป
4.การดำเนินการดังกล่าวขั้นต้นทางพื้นที่จะรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วน และจะมีการประชุมทีมสหวิชาชีพตำบลบ้านต๊ำ อีกครั้งเพื่อติดตามการดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
145 



