มอบสิ่งของพระราชทานแก่ ราษฎร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโครงการสถานีเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านสันติสุข – บ้านขุนกำลัง จ.พะเยา

      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบสิ่งของพระราชทานแก่ ราษฎร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโครงการสถานีเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านสันติสุข - บ้านขุนกำลัง จ.พะเยา

      วันที่  14 ธันวาคม 2566 เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ  องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบสิ่งของพระราชทานแก่ ราษฎร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโครงการสถานีเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านสันติสุข – บ้านขุนกำลัง ต.ขุนควร อ.ปง  จ.พะเยา  
      โดยนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ได้มอบหมายให้นายบำรุง  สังข์ขาว  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นผู้แทนมอบถุงพระราชทาน แก่ราษฎรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการฯ  ประกอบด้วย ราษฎรในพื้นที่ 121 ชุด เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อีกจำนวน 29 ชุด  รวมทั้งสิ้น 150 ชุด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธี 

      เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2548 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพื้นที่ป่าดอยผาช้าง ตำบลขุนควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำยม สภาพป่าต้นน้ำถูกบุกรุกแผ้วถางขยายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศป่าต้นน้ำและจะเกิดผลกระทบตามมาอีกหลายประการ เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง ดินถล่ม ฯลฯ  พระองค์จึงได้มีพระราชดำริให้ตั้ง “สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านสันติสุข-บ้านขุนกำลัง” ณ บ้านสันติสุข อำเภอปง จังหวัดพะเยาขึ้น เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ป่าต้นน้ำให้สมบูรณ์ และตั้งธนาคารข้าวให้เหมือนธนาคารการเงิน มีเป้าหมายให้เป็นสถานที่เรียนรู้และรับจ้างเป็นแรงงานของชุมชนฝึกทำการเกษตรแผนใหม่ควบคู่กับการอนุรักษ์ดินและน้ำ เนื่องจากราษฎรขาดทักษะและขาดความรู้ทางด้านการเกษตร ส่งเสริมให้ราษฎรมีความเข้าใจว่าป่ามีความสำคัญกับน้ำอย่างมาก ถ้าถางป่าหมด  ก็จะเกิดความแห้งแล้ง แนวทางดังกล่าวนี้ จะเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนของราษฎร ส่งเสริมให้ราษฎรมีความรู้ทางการเกษตรอย่างถูกวิธี ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า ได้รับการฟื้นฟูให้มีความอุดมสมบูรณ์ ชุมชนมีความเข้มแข็ง ปัญหายาเสพติดจะหมดไป เกิดความมั่นคงต่อชาติบ้านเมือง ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเกื้อกูลกัน

พะเยามาแล้วจะรู้_อยู่แล้วจะรัก

รักพะเยา_สร้างพะเยาอย่างยั่งยืน

WorldSoilDay

วันดินโลก

soilsweherefoodbegins

FAO

MOI

กระทรวงมหาดไทย

บำบัดทุกข์บำรุงสุข

หนึ่งตำบล_หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน

SDGsforAll

ChangeforGood

182

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *