คืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต
📌📌 คืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในการแถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet กล่าวว่า รัฐบาลมี
ความยินดีที่แจ้งให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet
ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล ในการใส่เงินระบบเศรษฐกิจกระจายไปทุกพื้นที่ให้ถึงฐานราก ท้องถิ่น-ชุมชน โดยดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด
ซึ่งประชาชนและร้านค้าจะสามารถลงทะเบียนยืนยันตัวตนได้ในไตรมาส 3 และเงินจะส่งตรงถึงพี่น้องประชาชนในไตรมาส 4 ของปีนี้
เดินหน้าโครงการฯ กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายไปทุกพื้นที่ให้ถึงฐานราก
นโยบายการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet เป็นการใส่เงินในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง และกระจายไปยังทุกพื้นที่ให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจให้ถึงฐานราก เกิดการจับจ่ายใช้สอย ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ตลอดจนยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ เช่น กลุ่มเปราะบาง กลุ่มเกษตรกร เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจและสามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งจะเป็นการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชนและยังก่อให้เกิดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอันจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมอีกด้วย
มอบสิทธิให้ประประชาชน 50 ล้านคน คาดเศรษฐกิจขยายตัว ร้อยละ 1.2 – 1.6
ในส่วนของความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการฯ จะเป็นการให้สิทธิแก่ประชาชนจำนวน 50 ล้านคน ผ่าน Digital Wallet วงเงิน 5 แสนล้านบาท และกำหนดให้ใช้จ่ายในร้านค้าที่กำหนดซึ่งจะเป็นการเติมเงินลงสู่ฐานราก โดยจะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยประมาณร้อยละ 1.2 ถึงร้อยละ 1.6
แหล่งที่มาของเงินในโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินในโครงการฯ ว่า ตามที่กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณได้รับมอบหมายให้ไปพิจารณาแหล่งเงินทางเลือก วงเงิน 500,000 ล้านบาท โดยจะใช้เงินจากงบประมาณจาก 3 ส่วน ได้แก่

- เงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 152,700 ล้านบาท ซึ่งได้ขยายกรอบวงเงินงบประมาณในปี 2568 เรียบร้อยแล้ว
- การดำเนินโครงการผ่านหน่วยงานของรัฐ จำนวน 172,300 ล้านบาท โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดูแลกลุ่มประชาชนที่เป็นเกษตรกร จำนวน 17 ล้านคนเศษ ผ่านกลไกมาตรา 28 ของงบประมาณปี 2568
- การบริหารจัดการเงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของรัฐบาล จำนวน 175,000 ล้านบาท
กลุ่มเป้าหมายและเงื่อนในการดำเนินโครงการ
เงื่อนไข คุณสมบัติ ผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท - คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป
- มีรายได้ไม่เกิน 840,000 บาท/ปี (70,000 บาท/เดือน)
- เงินฝากรวมทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท
เงื่อนไขการใช้จ่าย
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
- กลุ่มที่ 1 คือ การใช้จ่ายระหว่างประชาชนกับร้านค้า โดยใช้จ่ายเชิงพื้นที่ในระดับอำเภอ โดยกำหนดให้ใช้จ่ายกับร้านค้าขนาดเล็กตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดเท่านั้น (มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากในรอบแรกรัฐบาลต้องการให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจไปถึงฐานราก)
- กลุ่มที่ 2 คือ การใช้จ่ายระหว่างร้านค้ากับร้านค้า จะไม่มีการกำหนดเงื่อนไขในเชิงพื้นที่และขนาดของร้านค้าที่มีการแลกเปลี่ยน
- โดยสินค้าทุกประเภทสามารถใช้จ่ายผ่านโครงการฯ ได้ ยกเว้น สินค้าอบายมุข น้ำมัน บริการ ออนไลน์ และสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดขึ้น
สำหรับการใช้จ่ายภายใต้โครงการฯ จะใช้ระบบที่พัฒนาขึ้นเองโดยหน่วยงานภาครัฐ โดยมีเป้าหมายให้เป็น Super App ของรัฐบาล โดยการใช้งานจะพัฒนาให้สามารถใช้จ่ายได้กับธนาคารอื่น ๆ ในลักษณะ open loop
คุณสมบัติของร้านค้าที่จะถอนเงินจากโครงการฯ
ต้องเป็นร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีเท่านั้น ใน 3 ประเภท คือ
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT)
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT) เฉพาะผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร
ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
ประชาชนและร้านค้าจะสามารถเข้าร่วมโครงการฯ ภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 และจะเริ่มใช้จ่ายได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 โดย กระทรวงการคลังในฐานะเลขานุการและกรรมการ จะนำมติที่ได้รับความเห็นชอบเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไปภายในเดือนเมษายนนี้
คืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต #นายกเศรษฐา #กระทรวงการคลัง #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง
42 