ประชุมคณะทำงานติดตามสถานการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและ PM 2.5

Hotspot ในจังหวัดพะเยาอยู่ในลำดับที่ 9 ของ 17 จังหวัดภาคเหนือ
ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาเน้นย้ำจากสถิติเดิมในระยะนี้เคยเกิดในพื้นที่อำเภอเมือง
สั่งทุกฝ่ายคุมเข้ม

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในการประชุม
คณะทำงานติดตามสถานการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดพะเยา ผ่านระบบ Zoom Meeting ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา มีนายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมและรายงานผลการดำเนินงานวันที่ 31 มีนาคม 2568 จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา พบปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 มีค่า 54.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์ “คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ” (เกณฑ์มาตรฐาน 37.5) พบ Hotspot 29 จุด เกิดที่อำเภอปงมากที่สุด 21 จุด รองลงมาคืออำเภอเชียงคำ 5 จุด และอำเภอเมืองพะเยา 3 จุด เปิด Hotspot ของจังหวัดพะเยาอยู่ในลำดับที่ 9 ของ 17 จังหวัดภาคเหนือคาดหมายลักษณะอากาศจากสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดพะเยา วันที่ 1 เมษายน 2568 จะมีฝนประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ โดยฝนอาจจะตกปริมาณมาก และฝนฟ้าคะนองในช่วงระหว่างวันที่ 5-6 เมษายนนี้ประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ จะมีฝนฟ้าคะนองอีกครั้งในวันที่ 14-15 เมษายน 2568 โดยเฉพาะด้านตะวันตกของจังหวัดนายฉกาจ เทพทองปัน ผู้แทนสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดไฟป่าที่บริเวณบ้านต๊ำ ต.แม่นาเรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองนำคณะเจ้าหน้าที่ลงดับไฟป่า เพลิงได้สงบลงเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ที่ผ่านมาเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพะเยาแจ้งว่ากรมฝนหลวงและการบินพิเศษได้ทำการบินเพื่อทำฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดพะเยาบริเวณอำเภอดอกคำใต้ และอำเภอเมือง อันอาจจะเกิดฝนตก ที่ความชื้นสัมพัทธ์เพียงพอสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพะเยา ได้เข้าตรวจสอบอาคารโครงการใหญ่ๆในพื้นที่ 16 โครงการซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานและกฎของกระทรวงฯสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยาแจ้งว่า อสม.ได้ทำการเคาะประตูบ้านกว่า 29,000 ครั้ง และมีการประชุมศูนย์ตอบโต้ฯ เร่งรัดให้ อสม. เคาะประตูบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ และเยื่อบุตาอักเสบผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยากล่าวว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในขณะนี้ส่วนใหญ่เกิดบนเขาสูง เจ้าหน้าที่เข้าดับไฟยาก ซึ่งจะต้องมีการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เน้นย้ำโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง โดยล่าสุดพบว่าพื้นที่ 3 อำเภอคือเชียงคำ อำเภอปง และอำเภอเมือง เป็นพื้นที่เกิดไฟป่า โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมือง จะเกิดมากในช่วงนี้ เกิดเหตุในเขตใดให้เร่งดับ ประกอบกับลมที่ทำให้ไฟลุกลามเร็ว ช่วงนี้เป็นช่วงปลายที่จะเกิดไฟป่า หมอกควัน จากสถิติหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเขตเมืองจะเกิดในช่วงนี้ ควรจะต้องมีการตั้งด่านตรวจอย่างต่อเนื่อง ปรับแผนการทำงานให้รอบคอบ รัดกุม ลาดตระเวนตามพื้นที่ต่างๆ และเพิ่มกำลัง สืบค้นทางลับเพื่อให้ทราบว่าของป่ามาจากไหน และยังคงมาตรการบุกตลาด วางแผนบริหารจัดการในพื้นที่ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์หมอกควันข้ามแดน มีมาตรการส่งกำลังสนับสนุน โดยขอความร่วมมือให้คนในชุมชนร่วมป้องกัน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา-ข่าว

39

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *