“ตานก๋วยสลาก” หรือที่ภาษาไทยภาคกลางเรียกว่า “สลากภัต”
“ตานก๋วยสลาก” ในอดีตภาพเก่าๆในวิถีของคนเมีองบ้านเฮา “ตานก๋วยสลาก” หรือที่ภาษาไทยภาคกลางเรียกว่า “สลากภัต” เป็นประเพณีเนื่องในพระพุทธศาสนาที่กระทำสืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ในภาคเหนือจะเรียกประเพณีต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น มีทั้ง ตานสลาก กิ๋นข้าวสลาก กิ๋นก๋วยสลาก กิ๋นสลาก สลากย้อม แต่ก็ล้วนหมายถึงประเพณีเดียวกัน แม้จะมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันไปบ้างก็ตาม ประเพณีตานก๋วยสลากมักทำกันตั้งแต่เดือน ๑๒ เหนือ ถึงเดือนยี่เหนือ หรือตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านหยุดพักจากทำนา พระสงฆ์ก็จำพรรษาอยู่ในวัดเพราะอยู่ในช่วงเข้าพรรษา ผลไม้มากและกำลังสุก เช่นส้มโอ ส้มเกลี้ยง กล้วย อ้อย และยังเป็นช่วงที่ข้าวเปลือกหรือข้าวสารของใกล้หมดยุ้งฉาง จึงเป็นโอกาสอันเหมาะสมโดยมีความเชื่อว่าการตานก๋วยสลากนอกจากจะเป็นการทำบุญแก่ญาติผู้ล่วงลับแล้วยังเป็นการทำทานสงเคราะห์แก่คนยากไร้ ซึ่งถือว่ามีกุศลเป็นอย่างมาก สำหรับเมืองลำพูนนั้นถือตามจารีตมาตั้งแต่ในอดีต คือต้องให้วัดหลวงเมืองหละปูน (วัดพระธาตุหริภุญชัย ) ได้มีการจัดตานก๋วยสลากก่อนเป็นวัดแรกของทุกๆปี แล้วหลังจากอีก ๑ วันพระหรือมากกว่านั้นวัดอื่นๆในเมืองลำพูนถึงจะจัดตานก๋วยสลากได้ ก๋วยสลากของวัดหลวงหละปูน มีอยู่หลากหลายแบบหลายขนาด ตามแต่ความคิดสร้างสรรค์และกำลังศรัทธาของแต่ละคน แบ่งออกเป็น ๒ แบบกว้าง ๆ คือ ก๋วยน้อย กับ ก๋วยใหญ่ มีก๋วยพิเศษ เช่น สลากโจ้ค (โจ้คหมายถึงโชค) เป็นก๋วยสลากขนาดใหญ่ อาจเป็นกระบะมีขาสูงแค่เอว หรือเป็นต้นสลากขนาดใหญ่สูงหลายเมตร มีต้นดอกหรือกิ่งไม้แขวนเครื่องใช้ต่าง ๆ หรืออาจเป็นกระบุงขนาดใหญ่มาก ปักด้วยต้นคาหรือหญ้าคาทำเป็นก้านยาวเพื่อแขวนสิ่งของต่าง ๆ หรือบางครั้งอาจทำเป็นบ้านขนาดย่อมๆ มีสิ่งของเครื่องใช้เช่นวิทยุ พัดลม ทีวี นาฬิกาแขวน เตารีดไฟฟ้า หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ฯลฯที่อยู่ในบ้านถวายทานด้วย และบางที่ก็สร้างปราสาทแบบล้านนา นำข้าวของต่าง ๆ ใส่ในปราสาทถวายทานร่วมไปด้วยเช่นกัน โดยก๋วยโจ้คจะใส่ปัจจัยมากกว่าก๋วยชนิดอื่น ๆ และเชื่อว่ามีกุศลมาก
242 







