ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย บูรณาการทุกภาคส่วนยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน อ.ดอกคำใต้
พะเยาเดินหน้าติดตามขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย
บูรณาการทุกภาคส่วนยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา
นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิด
โครงการประชุมติดตามขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในระดับพื้นที่จังหวัดพะเยา
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้นำท้องที่ และผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วมการดำเนินโครงการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน
ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย พร้อมรับฟังปัญหา ความเดือดร้อน
และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบท
ของแต่ละชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพทั้งนี้ ยังมุ่งเสริมสร้างศักยภาพการบริหารราชการแบบบูรณาการของจังหวัดพะเยา
โดยนำบริการจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน
และองค์กรสาธารณกุศล ลงสู่พื้นที่ในเชิงรุก เพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง
ภายในกิจกรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาได้มอบสิ่งของและความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่
ประกอบด้วย มอบถุงยังชีพ จำนวน 50 ถุง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจ มอบทุนอุปการะจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 8 ราย มอบทุนสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคม จำนวน 5 ราย โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา มอบหน้ากากอนามัยจากชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพะเยา และมอบพันธุ์ปลา จำนวน 10 ถุง จากสำนักงานประมงจังหวัดพะเยาภาย
หลังเสร็จสิ้นพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาได้เยี่ยมชมและอุดหนุนสินค้าในบูธกิจกรรมของหน่วยงานและกลุ่มอาชีพภายในงาน พร้อมพบปะพูดคุย รับฟังความคิดเห็น และให้กำลังใจประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมการจัดโครงการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดพะเยาในการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
6 





















