พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วย “การใช้เทคโนโลยี ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตการเกษตรพืชอัตลักษณ์ และนวัตกรรมเพื่อการแก้ไขปัญหา PM2.5 แบบยั่งยืนของจังหวัดพะเยา”
ผู้ว่าฯ พะเยา นำลงนาม MOU ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรม สู่การพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น.
ณ ห้องประชุมบวรรัตนประสิทธิ์ อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา
เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วย
“การใช้เทคโนโลยี ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตการเกษตรพืชอัตลักษณ์
และนวัตกรรมเพื่อการแก้ไขปัญหา PM2.5 แบบยั่งยืนของจังหวัดพะเยา”
ระหว่างจังหวัดพะเยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มหาวิทยาลัยพะเยา
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา และหอการค้าจังหวัดพะเยา
ภายในพิธีมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา นายธวัช สุทธวงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา นายกมลสันต์ ศรีวิราช ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นักวิจัย ผู้แทนภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
ในพิธีผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า จังหวัดพะเยามีศักยภาพด้านการเกษตรและพืชอัตลักษณ์ที่โดดเด่น การนำองค์ความรู้จากงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ จะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัด ควบคู่กับการนำองค์ความรู้มาพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อผลักดันการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตการเกษตร พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัด ตลอดจนขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหา PM2.5 อันจะนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดพะเยาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นในระยะยาว
55 














