เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย–ภัยแล้ง ย้ำทุกหน่วยบูรณาการข้อมูล เฝ้าระวังใกล้ชิด
ผู้ว่าฯ พะเยา ประชุมเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย–ภัยแล้ง ย้ำทุกหน่วยบูรณาการข้อมูล เฝ้าระวังใกล้ชิด
พร้อมช่วยเหลือประชาชนทันที
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดพะเยา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดพะเยา
นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์
และเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยและภัยแล้งของจังหวัดพะเยา ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting)
ร่วมกับการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 1/2569
ซึ่งมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เป็นประธานการประชุมจากส่วนกลาง พร้อมด้วยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดพะเยาเข้าร่วมประชุมที่ประชุมได้รับทราบ
การคาดการณ์สภาพอากาศระยะสั้นล่วงหน้า 7 วัน และแนวโน้มสภาพอากาศล่วงหน้า 4 สัปดาห์
ซึ่งคาดว่าในช่วงวันที่ 6–10 สิงหาคม 2569 จะมีฝนตกเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่
ขณะที่ภาพรวมปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลงในช่วงเดือนกันยายน
นอกจากนี้ จังหวัดพะเยายังถูกจัดอยู่ในกลุ่มพื้นที่เฝ้าระวังทั้งด้านอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำ
จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับอย่างต่อเนื่องที่ประชุมได้หารือแนวทาง
พัฒนาระบบติดตามและแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเสนอให้จัดทำระบบข้อมูลแบบ Real-time
แสดงข้อมูลปริมาณฝน ระดับน้ำ และสถานการณ์รายวันของแต่ละพื้นที่ พร้อมกำหนดเกณฑ์การแจ้งเตือนที่เหมาะสม
ตามศักยภาพการรองรับน้ำ รวมทั้งจัดทำข้อมูลในรูปแบบกราฟและแผนภาพ
เพื่อใช้วิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ สนับสนุนการบริหารจัดการน้ำและการแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ด้านโครงการชลประทานจังหวัดพะเยา รายงานผลการบริหารจัดการน้ำ โดยมีการระบายน้ำรวม 34.4 ล้านลูกบาศก์เมตร
เพื่อรักษาสมดุลของปริมาณน้ำและรองรับปริมาณฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
ขณะที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพะเยา รายงานว่ามีพื้นที่เกษตรขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 694,000 ไร่
และจะเร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยา
เกษตรกรหากได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่ประชุมได้กำชับให้ทุกหน่วยงานทบทวนและปรับปรุงแผนเผชิญเหตุ
ให้มีรายละเอียดชัดเจน ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง จุดเฝ้าระวัง และแนวทางการปฏิบัติที่สามารถดำเนินการได้จริง
พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
โดยมณฑลทหารบกที่ 34 ได้เตรียมกำลังพล เครื่องมือ เครื่องจักร และยุทโธปกรณ์
เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนและสามารถเข้าปฏิบัติการได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์สภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน พร้อมเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ และแผนปฏิบัติการ
เพื่อให้สามารถป้องกัน บรรเทา และลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้งได้อย่างทันท่วงที
สร้างความเชื่อมั่นและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างสูงสุด
11 









